บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมงาน 26th ASEAN Energy Business Forum (AEBF-26) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญประจำปีของศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Centre for Energy: ACE) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 ณ Philippine International Convention Center (PICC) กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ควบคู่ไปกับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 44 (44th ASEAN Ministers on Energy Meeting: AMEM) ซึ่งมีนาง Sharon Garin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ เป็นประธาน
ภายในงานมีวิทยากรมากกว่า 100 คนเข้าร่วม ได้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการของอินโดนีเซีย ปลัดกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียประจำอาเซียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคณะกรรมการพลังงานแห่งมาเลเซีย ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากองค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN ESCAP)
ในบรรดาผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว นายรัตน์ศักดิ์ ทองอิ่ม ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สำนักงานส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอาเซียนและโอเชียเนีย บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (DIT) ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งใน “Notable 2026 Speakers” หรือวิทยากรที่โดดเด่นประจำปี 2569 ของเวทีนี้
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา นายรัตน์ศักดิ์ ทองอิ่ม ได้ร่วมเป็นตัวแทนของไดกิ้นในเวทีเสวนาหัวข้อ “Transforming the Market for Energy-Efficient Space Cooling in ASEAN” (การขับเคลื่อนตลาดระบบทำความเย็นภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพพลังงานในอาเซียน) โดยการเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเปิดตัวแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement: GPP) สำหรับเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพพลังงานสูงในอาเซียน ซึ่งกำหนดให้เครื่องปรับอากาศต้องมีระดับประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดตามเกณฑ์ที่ใช้บังคับ และใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ต่ำ เป็นข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
ผู้ร่วมเสวนาท่านอื่น ได้แก่ นาย Patrick Aquino จากกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ นาย Yan Vandeluxe จากกระทรวงการจัดการที่ดิน การวางผังเมือง และการก่อสร้างของกัมพูชา นางสาว Julie Robles จากสถาบัน Global Green Growth Institute และนาย Saikiran Kasamsetty จากโครงการ United for Efficiency ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) โดยมีนาย Rizky Aditya Putra จากศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
ในการเสวนาผู้ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ สถาบันวิจัย และหน่วยงานเอกชน เช่น ผู้แทนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ของประเทศไทยเข้าร่วมรับฟังการเสวนาครั้งนี้ด้วย
ประเด็นสำคัญจากนายรัตน์ศักดิ์
• การใช้เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มีอัตราการเติบโตแตกต่างกันในแต่ละประเทศ: จากข้อมูลของ CLASP คาดการณ์ว่าสัดส่วนเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ในตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 40% ในปี 2563 เป็น 60–70% ภายในปี 2569 การยกระดับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ (MEPS) และมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานระดับสูง (HEPS) อย่างเป็นขั้นตอนตามกรอบเวลาที่ชัดเจน ควบคู่กับการทดสอบที่เชื่อถือได้และการบังคับใช้มาตรฐานอย่างจริงจัง จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวให้ดำเนินต่อไปได้
• ความต้องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่คาดการณ์ได้ช่วยให้ผู้ผลิตวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ: ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางแผนการผลิต และการฝึกอบรมช่างติดตั้ง โดยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีระดับประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดตามเกณฑ์ที่ใช้บังคับ และพิจารณาต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน
• การประหยัดพลังงานและการรักษาคุณภาพอากาศภายในอาคารสามารถดำเนินควบคู่กันได้: ระบบปรับอากาศ AC-ECP (Air Conditioning System with Excessive Cooling Protection) ของไดกิ้น ซึ่งควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศร่วมกัน สามารถแสดงผลการประหยัดพลังงานได้ประมาณ 40% ณ อาคารวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ DIT ตามรายงานของ CEFIA ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนดไว้
ในช่วงสรุปการเสวนา นายรัตน์ศักดิ์ได้เสนอแนวทางเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของอาเซียนสู่เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง ดังนี้
• สำหรับหน่วยงานกำกับดูแล: ส่งเสริมการใช้วิธีทดสอบและระบบการรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกัน ยกระดับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ (MEPS) อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายข้อกำหนดให้ครอบคลุมเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานต่ำเข้าสู่ตลาด
• สำหรับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานฝึกอบรม: พัฒนาทักษะที่จำเป็นด้านการติดตั้งและบำรุงรักษา รวมถึงการเก็บกู้คืนและนำสารทำความเย็นกลับมาใช้ใหม่อย่างปลอดภัย
นายรัตน์ศักดิ์กล่าวว่า “สำหรับไดกิ้น ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพควรมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ดี โดยความร่วมมือระดับภูมิภาคจะช่วยให้ผู้คนทั่วอาเซียนเข้าถึงประโยชน์เหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้น”