กลุ่มบริษัทไดกิ้นฯ สานต่อภารกิจฟื้นฟูผืนป่า ปลูกต้นไม้ 1,500 ต้น ร่วมขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

143
แชร์ Facebook Twitter

จากความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน และการลดลงของทรัพยากรป่าไม้ การฟื้นฟูระบบนิเวศและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างสมดุลของธรรมชาติและส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไป

กลุ่มบริษัทไดกิ้นฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “คืนผืนป่าสู่ชุมชน” ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 17 ปี สามารถปลูกต้นไม้สะสมได้กว่า 30,000 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 ไร่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกและจังหวัดชลบุรี

สำหรับในปี 2026 กลุ่มบริษัทไดกิ้นฯ พร้อมด้วยพนักงาน ชุมชน และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้จำนวน 1,500 ต้น บนพื้นที่ 7 ไร่ ณ เขตป่าชุมชนบ้านเขาเพชร หมู่ที่ 8 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณจุมพิตา สิงห์โตทอง กำนันตำบลหนองอิรุณ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้ง คุณประวีณพร รังษี ประธานคณะกรรมการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ และได้รับเกียรติจาก คุณสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ



กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และหน่วยงานภาคี ในการร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัทไดกิ้นฯ ที่มุ่งสู่การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เพื่อร่วมส่งต่อโลกที่น่าอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนรุ่นปัจจุบันและในอนาคตต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง